savanvegas,savanvegas999 ตั้งเป้าให้เข้าถึง savanvegas,savanvegas999
“ผมไม่อยากต่อสู้และทำร้ายพ่อเลย แต่ผมจำเป็นต้องผลักพ่อออกจากห้องนอนจนพ่อ ล้มลงหน้าประตู จากนั้นผมก็ปิดประตูอยู่ในห้องสองคนกับแม่ ปล่อยให้พ่อนอนอยู่หน้าระเบียงจนกว่า
จะหายเมาและตื่นขึ้นมาในตอนเช้า บ่อยครั้งที่ผมต้องอดหลับอดนอนจนถึงตีสองตีสามเพื่อรอจนกว่าพ่อจะกลับถึงบ้าน ทำไมผมจึงต้องรอหรือครับ ผมต้องรอเพื่อปกป้องแม่ครับ
เพราะแทบทุกคืนที่พ่อเมาสุราเข้ามา พ่อจะทำร้ายแม่ทุกครั้ง ผมไม่อยากให้พ่อทำร้ายแม่และไม่อยากให้แม่ถูกพ่อทำร้ายอีกครับ เมื่อต้องนอนดึก ผมจึงตื่นสายไปโรงเรียนไม่ทัน
บางวันไปถึงโรงเรียนประมาณ 10 โมงเช้า ผมจึงเดินอยู่แถว ๆ รั้วโรงเรียน ครูมาพบเข้าและตั้งข้อหาว่าผมหนีเรียน วันไหนเมื่อเข้ามาเรียนทัน ผมก็ง่วงเพราะกลางคืนได้นอนเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น
ในที่สุดผมก็ถูกให้ออกจากโรงเรียนครับ” savanvegas,savanvegas999
นั่นเป็นเรื่องเล่าจากน้องบอม ซึ่งผู้เขียนมีโอกาสได้ช่วยเหลือปัญหาสุขภาพจิตวัยรุ่นและเดินทางไปเจรจากับครู เพื่อขอให้ทางโรงเรียนเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนต่ออีกครั้ง แต่ก็ไร้ผล น้องบอมเสียใจที่ถูกให้ออกจากโรงเรียน
ความหวังที่จะเรียนให้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นอันต้อง จบสิ้น ผู้เขียนพบข้อดีของน้องบอมหลายอย่าง เช่น รักพ่อแม่ , ช่วยแม่ทำงานบ้าน และน้องบอมรักเพื่อนจึงสมัครเข้ามาเป็นอาสาสมัครสุขภาพจิตวัยรุ่น
ผู้เขียนชวนน้องบอมตั้งเป้าหมายใหม่ จากเดิมที่เคยหวังจะจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนแห่งเดิม เปลี่ยนไปเรียนการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งเรียนเฉพาะวันอาทิตย์
ส่วนวันจันทร์ถึงวันเสาร์น้องบอมช่วยแม่ทำงานแกะสลักไม้ ตอนเย็นทำงานเป็นอาสาสมัคร savanvegas,savanvegas999 ที่ศูนย์สุขภาพจิตวัยรุ่น เวลาผ่านไป 3 ปี วันนี้น้องบอมเรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายการศึกษานอกโรงเรียนแล้ว
พร้อมทั้งมีรายได้จากการช่วยงานแกะสลักไม้ที่บ้านกับแม่ และกำลังเตรียมตัวเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาต่อไป
การตั้งเป้าหมายหรือความฝัน เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาพลังความเข้มแข็งทางใจ เฉกเช่นผู้เขียนชวนน้องบอมตั้งเป้าหมายในชีวิตใหม่นั้นเอง savanvegas,savanvegas999 คนที่ปราศจากการตั้งเป้าหมายและความฝันในชีวิตจะทำให้จิตไร้พลัง
เพราะไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินทางไปทิศใด เพื่อใคร และเพื่ออะไร การมีชีวิตอยู่อย่างมีเป้าหมายนั้นสัมพันธ์กับความรู้สึกที่มีความหวัง ส่งผลให้เกิดพลังที่จะมุ่งมั่นฟันฝ่าเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย อาทิ
- สามีภรรยาตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะมีลูกสองคน เมื่อมีความพร้อมตอนอายุ 30 ปี
- นักศึกษาโดยทั่วไปตั้งเป้าหมายที่จะเรียนจบปริญญาตรี เมื่ออายุประมาณ 21 ปี
- เกษตรกรชาวสวนลำไยตั้งเป้าหมายที่จะขายลำไยให้ได้ปีละ 2 ครั้ง
- นักธุรกิจตั้งเป้าหมายที่จะทำยอดจำหน่ายสินค้าได้ไตรมาสละ 20 ล้านบาท
- คนขับรถแท็กซี่ตั้งเป้าหมายรับส่งผู้โดยสาร อย่างน้อยวันละ 10 ราย
- โรงพยาบาลตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องดูแลผู้ป่วยให้ได้วันละ 700 ราย
- พนักงานแนะนำบัตรเครดิตตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องหาลูกค้าให้ได้วันละ 10 ราย
- เดวิด เบคแคม (David Beckham) นักฟุตบอลระดับโลกตั้งเป้าหมายฝึกเตะลูก ไซด์โค้งเข้าประตู วันละ 100 ครั้ง
- ไมเคิล เฟ็ลปส์ (Michael Fred Phelps) นักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิคตั้งเป้าหมาย ฝึกว่ายน้ำวันละ 6 ชั่วโมง
จะเห็นได้ว่าไม่ว่าใคร ๆ อาชีพใดก็ตั้งเป้าหมายกันทั้งนั้น เพราะเป้าหมายจะเป็นเส้นชัย ให้ทุก ๆ คนมีความมุ่งมั่นและฟันฝ่าไปให้ถึง เพราะเมื่อลงมือทำก็จะขยับเข้าใกล้เป้าหมายเรื่อย ๆ
เมื่อขยับเข้าใกล้เป้าหมายจะรู้สึกดีและมีความหวังเพิ่มขึ้น ดังเช่น ผู้พันเซนเดอร์ผู้คิดค้นสูตรไก่เคเอฟซี แรกเริ่มเขาพยายามนำสูตรไก่ดังกล่าวพร้อมแผนกิจการร้านไก่ทอดแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในขณะนั้นไปนำเสนอต่อนักลงทุน
แม้เขาจะถูกปฎิเสธทุกครั้งในการนำเสนอ แต่เขาพยายามทำไปเรื่อย ๆ savanvegas,savanvegas999 โดยมีเป้าหมายคือการค้นหาคนตอบตกลงให้ได้ ในที่สุดก็ได้รับการตอบตกลงเมื่อนำเสนอให้กับบริษัทลำดับที่ 1009 นั่นเป็นตัวอย่างของการมีเป้าหมายและลงมือทำให้ถึงเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยให้มุ่งมั่นและ ฟันฝ่าจนพบความสำเร็จ เพราะทุกครั้งที่คนเราพบความสำเร็จเป็นระยะ ๆ ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงเรื่องที่ใหญ่โต จะช่วยให้เกิดพลังสุขภาพจิตที่เข้มแข็งขึ้นเสมอ
การตั้งเป้าหมายที่ดีจะต้องมีความเหมาะสมกับศักยภาพของตัวเอง เช่น เหมาะสมกับอายุ อาชีพ การศึกษา เศรษฐกิจ และบริบทแวดล้อมอื่น ๆ อีกมาก
เป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ ควรเป็นเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้และแบ่งเป็นระยะ ๆ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพราะการพบความสำเร็จทุกระยะจะช่วยให้เกิดพลังใจต่อสู้ขึ้นเรื่อย ๆ
พร้อมทั้งรู้สึกชื่นชมตัวเองที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นการตั้งเป้าแล้วเข้าถึง จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่พัฒนาพลังสุขภาพจิตนั่นเอง
savanvegas,savanvegas999

ผู้แต่ง : วุฒิพงศ์ ถายะพิงค์

So far there's (just?) 0 comments on this post - join in and add one »